เปิดที่มาของ ไก่ไม่มีหัว แต่ใจแกร่งรักชีวิตไม่ยอมตายง่ายๆ

       จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพและเรื่องราวของ ไก่หัวขาดแต่ไม่ตายทำเอาหลายๆ คนถึงกับต้องอึ้ง กับเรื่องราวของ ไก่ไม่มีหัว ที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลหน้าเมือง อำเภอ จังหวัดราชบุรี

       ทางผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับเจ้าของเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์นามพระนพพงษ์ ฐิตธัมโม เป็นพระลูกวัด อายุ 34 ปี ชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และมีอาชีพเป็นทนายความในเมื องราชบุรี ได้เปิดเผยว่า ที่มาของไก่สู้ชีวิตคือเมื่อวันที่ 19 มี.ค.61 มีพระรูปหนึ่ งได้เล่าให้ฟังว่า ขณะที่กำลังกวาดพื้นรอบโบสถ์ ได้เห็นไก่ตัวนี้ถูกไก่แจ้เจ้ าถิ่นรุมตีเอา เพราะเป็นไก่ที่เพิ่งถูกนำมาทิ้ง หลังจากที่มันถูกตีก็ได้หลบไปอยู่ อีกมุมหนึ่งของโบสถ์ แต่พระท่านไม่ได้สนใจ เพราะมันอยู่ในบริเวณนี้

       จนล่าสุดมาพบว่ามันใบหน้ าขาดหายไป และจากคำบอกเล่าของเด็กวั ดเคยเห็นหมากัดไก่ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าไก่หรือเปล่า แต่ก็ค่อนข้างเป็นไปได้เพราะที่พื้นมีขนไก่ซึ่งเป็นสีขาว ตรงกับตัวไก่ตัวดังกล่าว ตอนที่นำมันมาเลี้ยงดูที่ บริเวณหน้ากุฏิ ใช้สุ่มไก่ครอบไว้ และก็คอยป้อนอาหารให้ หลังจากให้อาหารก็คิดว่ามันอาจจะตายก็ได้ แต่ว่ามันกลับแข็งแรงเหมือนไก่ปกติทั่วไปเลย

       พอตอนตี 5 พระต้องเตรียมตัวออกไปบิณฑบาต เจ้าไก่ตัวนี้ก็ลุกขึ้นยืนนะฟังไก่ตัวอื่นขัน มันจะยืนส่ายหัวไปส่ายหัวมา ตอนนั้นคิดว่ามันไม่ตายหรือ เกิดอาการงง ซึ่งตนเองก็ไม่มีความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่เลย แต่ที่เลี้ยงมันไว้เพราะมันก็คือสัตว์โลก ถ้าเขาอยากมีชีวิตต่อ พระเลยเลยตัดสินใจโพสต์ขอคนอุปการะ ซึ่งขณะนี้ได้มีโยม ’แอ๊ะ’ ได้มาให้ความช่วยเหลือประสานงานโรงพยาบาลสัตว์เมืองโอ่งมารับไปรักษา

       สัตว์มันยังมีพื้นที่ในการดำรงชีวิตอยู่ และยังเป็นการสอนญาติโยมด้วยว่า คือบางคนมีปัญหาชีวิตก็อยากที่ จะฆ่าตัวตาย บางทีหนีปัญหาคือการฆ่าตัวตาย คือถ้าพูดถึงว่าไก่มันเป็นขนาดนี้แต่มันกลับเป็นนักกีฬาที่สู้มากเลย และการที่คุณเลี้ยงมันเพื่อความสนุก นำไปแข่ง นำไปตี พอถึงวันหนึ่งคุณก็ทิ้งเขาปล่อยให้เขาตายทั้งเป็น ลักษณะของไก่ตัวนี้มันเชื่องจับมันก็อยู่

       ด้านสัตวแพทย์หญิงสุภักดี อรัญทอง  รพ.สัตว์เมืองโอ่ง เปิดเผยว่า  หลังจากที่ทางโรงพยาบาลสัตว์เมืองโอ่งได้รับแจ้งจึงเดินทางไปรับตัวไก่ดังกล่าวก็นำมารักษาทันที โดยใช้เครื่องเลเซอร์ยิงที่บาดแผลบนใบหน้า และนำใส่กรงเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

       เพราะหวั่นแผลติดเชื้ออย่างน้อยประมาณ 7 วัน เบื้องต้นไก่ยังมีโพงจมูกหายใจได้ตามปกติ ส่วนลิ้นเหมือนจะหลุดเพราะเนื้อเริ่มแห้งตาย จะทำให้ไก่ไม่รู้รสชาติแล้ว ต้องใช้การให้ อาหารทางสายตลอดเวลาตอนนี้ เราได้วางแผนการรักษาไว้ การฆ่าเชื้อโดยให้ทางการฉีดยาวันละครั้ง ทำแผล ล้างแผล และได้เลเซอร์แผลอยู่ ส่วนการให้อาหารจะต้องลองใช้วิธีการใส่สายยางเข้าไปในถุงอาหาร ส่วนเรื่องบาดแผลตอนนี้รักษากันตามอาการก่อน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเราคิดรวมๆ เหมาๆ แค่วันละ 300 บาท ควบคุมทั้งหมด รวมไปถึงการป้อนอาหารด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *