Toyota ปล่อยภาพทีเซอร์ครอสโอเวอร์พื้นฐาน Yaris เจอกันที่ Geneva 2020

Toyota ปล่อยภาพทีเซอร์ครอสโอเวอร์พื้นฐาน Yaris เจอกันที่ Geneva 2020

ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวดังสนั่นว่าทาง Toyota จัดเตรียมนำเสนอรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่สุดบนพื้นฐาน Toyota Yaris เจนเนอเรชั่นใหม่ ล่าสุดที่มีข่าวดีว่าตัวรถยนต์จะมาในเร็วๆกว่าที่คิดไว้อีก โดยจะต้องเปิดตัวรถยนต์ในงาน Geneva Motor Show 2020 ในวันที่ 3 มี.ค ที่ใกล้ถึงนี้

Toyota

และก็ทางบริษัทฯ ประเดิมเปิดเผยข้อมูลส่วนของท้ายรถ, ไฟท้ายของ LED, สปอยเลอร์ท้าย และก็กันชนท้าย รวมทั้งส่วนท้ายรถยนต์จะมีป้ายทั้ง Hybrid ที่จะมานำเสนอระบบการขับเคลื่อนไฮบริดที่ใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ผ่านป้าย AWD-i สำหรับข้อมูลอื่นๆ ของรถยนต์รุ่นนี้ก็จะนำเสนอให้ทราบทั่วถึงกันในเร็ว ๆ นี้

แต่ว่าในงาน Geneva Motor Show 2020 ทางToyotaจะมานำเสนอ RAV4 Plug-in Hybrid ก็มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 306 แรงม้า ผสานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวสามารถวิ่งได้ไกลถึง 65 กม. อัตราการปล่อย CO2 น้อยกว่า 29 กรัม/กิโลเมตร. ตามมาตรฐานของ WLTP

นอกเหนือจากนี้ยังเปิดเผยโฉมรถยนต์ไฮโดรเจนฟิวเซลอย่าง New Toyota Mirai ที่เปิดเผยโฉมในงาน Tokyo Motor Show 2019 ก่อนหน้าที่ผ่านมา กับการเปิดเผยโฉมแฮทช์แบ็คสมรรถนะสูงอย่าง Toyota Yaris GR และอื่นๆ อีกมากมาย

Audi เดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเตรียมบุกตลาดโลก

Audi เดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเตรียมบุกตลาดโลก

นอกจากความสำเร็จของการจัดจำหน่ายแล้ว Audi e-Tron และ Audi e-Tron GT ก็กำลังจะมา ทาง Audi อีกได้เดินหน้านำเสนอรถคอมแพ็คขุมพลังกระแสไฟฟ้าตัวใหม่ โดยทางหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Mr. Fermín Soneira ได้ออกมายืนยันถึงความคืบหน้าของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดนี้แน่นอน

“ถึงแม้ยังจะอยู่ในขั้นตอนการวาดฝัน แต่ก็ยังมีโอกาสอย่างสูงที่จะพัฒนารถยนต์คอมแพ็คบนแพลตฟอร์ม MEB ได้ในพรุ่งนี้ จากนั้นก็เป็นคิวของ e-Tron GT เรามีแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันอีกมากมายมีให้เลือก และก็สายการผลิตหลายแห่งที่สามารถป้อนการผลิตได้อีก”

เมื่อปี 2019 ก่อนหน้าที่ผ่านมา ทาง Volkswagen Group ยังได้มีการนำเสนอแพลตฟอร์ม MEB ที่ใหม่ล่าสุด ที่จะถูกปรับปรุงให้สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ได้ สำหรับพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง รองรับการติดตั้งความจุแบตเตอรี่ที่มีอย่างหลากหลาย

แพลตฟอร์มดังกล่าวจะสามารถกระจายไปสู่ค่ายรถในเครือ เพื่อมาพัฒนาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประจำแบรนด์ได้ โดยรถรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้อาจจะมาภายในปี 2032

Audi AI:Me concept

ประกอบการกับในงาน Auto Shanghai 2019 ก่อนหน้าที่พึ่งผ่านมา ก็ได้มาเปิดตัวAudi AI:Me concept รถคอมแพ็คพลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัยโดยใช้แพลตฟอร์ม MEB ใหม่ล่าสุด และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่นำแพลตฟอร์มนี้มาพัฒนาต่อยอดเป็นรถในแบรนด์ของตัวเองอีกด้วย สำหรับข้อมูลคร่าว ๆ นั้นจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง 170 แรงม้า ส่วนจะพัฒนาเป็นโฉมจำหน่ายจริงเมื่อใดนั้นจะนำเสนอให้ทราบกันในโอกาสต่อไป

ส่อง Ford Mustang Shelby GT350 ความแรง 1,400 แรงม้าฝีมือ Fathouse Performance

ส่อง Ford Mustang Shelby GT350 ความแรง 1,400 แรงม้าฝีมือ Fathouse Performance

Fathouse Performance จูนเนอร์ที่เกิดในรัฐอินเดียนา ผู้พัฒนาโมเดล Ford Mustang Shelby GT350 ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดในโลก ด้วยการเสริมใส่เทอร์โบเข้าไปและก็อัปเกรดคุณภาพแบบต่างๆ ให้รถยนต์ให้มีกำลังมากกว่ารุ่นที่มาตรฐาน

แต่ว่าตามมาตรฐานแล้วเครื่องยนต์กลไก V8 บน Ford Mustang Shelby GT350 ที่มีกำลังอยู่ 526 กว่าแรงม้า

แต่ว่าแน่นอนเลยว่ากำลังแค่นี้คงไม่เป็นสิ่งที่น่าพอใจ Fathouse เขาจึงต้องอัปเกรดเพิ่มขึ้น GT350 ให้มีกำลังมาก 950 แรงม้าและก็แรงบิด 688 ปอนด์-ฟุต (932 นิวตันเมตร) เสริมใส่เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบลูกปืนคู่ Xona Rotor ขนาด 62 มม. มาพร้อมระบบเชื้อเพลิงใหม่และก็ระบบไอเสียที่ใช้การควบคุมโดยวาล์ว

ต่อจากนี้คือตัวเลขคุณภาพที่ถูกปรับอัปเกรดแล้ว สามารถเข้าถึง 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง (100 กิโลเมตร./ชั่วโมง.) เวลาแค่ 2.5 วินาที

ทำเวลาได้ในควอเตอร์ไมล์ได้ 9.9 วินาทีที่ 142 ไมล์ต่อชั่วโมง (228 กิโลเมตร./ชั่วโมง.) ความเร็วสูงสุดอยู่ประมาณที่ 185 ไมล์ต่อชั่วโมง (297 กิโลเมตร./ชั่วโมง.)

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ Fathouse Performance ยังออกชุดแพ็คเกจการอัปเกรด 1000R, 1200R รวมทั้ง 1400R ซึ่งแพ็คเกจนี้ตัวท็อปสุดของ Ford Mustang Shelby GT350 อย่าง 1400R เป็นที่น่าจับตามอง

เพราะว่ามันมีกำลังมากถึง 1,400 แรงม้า ที่สามารถวิ่ง 62 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลา 1.9 วินาที ควอเตอร์ไมล์ ใน 8.2 วินาทีที่ 168 ไมล์ต่อชั่วโมง (270 กิโลเมตร./ชั่วโมง.) และก็ความเร็วที่สูงสุด 220 ไมล์ต่อชั่วโมง (354 กิโลเมตร./ชั่วโมง.)

อุโมงค์ใต้ดินระบบ Loop ณ ลาสเวกัส เสร็จสิ้นแล้ว ยืนยันใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสาร

อุโมงค์ใต้ดินระบบ Loop ณ ลาสเวกัส เสร็จสิ้นแล้ว ยืนยันใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสาร

(Loop) เมื่อ 14 ก.พ. ก่อนหน้าที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมลาสเวกัส (Las Vegas Convention and Visitors Authority) บริษัท Boring ได้ประกาศว่าการขุดอุโมงค์นั้นเส้นแรกสำหรับระบบ Loop ของลาสเวกัสได้เสร็จสิ้นแล้ว

อุโมงค์เส้นนี้จะนำพาผู้โดยสารเดินทางไประหว่างสถานที่ต่างๆ ของศูนย์การประชุมโดยเฉพาะไปยังพื้นที่ส่วนขยายของหอที่ประชุมฝั่งทิศตะวันตก และก็หอประชุมทั้งหมดครอบคลุมด้วยพื้นที่ 505 ไร่ (200 เอเคอร์) ดังนี้หน่วยงานกำกับดูแลจึงต้องค้นคว้าหาวิธีพาผู้คนเดินทางไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆและจุดหมายปลายทาง ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

อีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของบริษัท Boring ส่วนผู้ชนะในการประมูลโครงการอุโมงค์ลาสเวกัสมีแผนจะขนส่งผู้เยี่ยมชมงานด้วยระบบ Loop โดยจะสร้างรถยนต์กระแสไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรีการขับขี่ด้วยตนเองที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วอยู่ที่ 150 ไมล์ต่อชั่วโมง (241 กิโลเมตร./ชั่วโมง.)

วิดีโอได้แสดงให้เห็นเครื่องเจาะของบริษัท Borin กำลังเจาะทะลุผ่านผนังดินส่วนสุดท้ายออกมาหลังจากที่ได้ใช้เวลาในการขุดนี้ถึง 3 เดือน และเครื่องเจาะได้ทำการขุดอยู่ใต้พื้นดินลึก 40 ฟุตในระยะทางรวมๆ 1,310 ม.

ขั้นตอนต่อไปบริษัทจะแยกเครื่องเจาะออกเป็นชิ้นส่วนแล้วส่งกลับไปยังจุดเริ่มต้นของอุโมงค์ใหม่ เพื่อจะประกอบเครื่องเจาะไปขุดอุโมงค์เส้นที่สองให้ขนานกับเส้นแรก เพราะการขนส่งผู้โดยสารในระบบ Loop จะใช้รถวิ่งไปและกลับจากสถานีผ่านอุโมงค์คนละเส้นกัน

การเดินทางไปทั่วทั้งหอประชุมจะแบ่งออกได้เป็น 3 สถานีโดยใช้เงินทุน 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ซึ่งในการเดินทางจะใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขับขี่ด้วยตนเองเป็นรุ่นมาตรฐาน และอีกรุ่นคือ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขนส่งผู้โดยสารหลายคน (High-occupancy) ทั้งนี้บริษัทเปิดเผยว่าจะใช้รถยนต์ Tesla Model 3 หรือ Model X สำหรับขนส่งผู้โดยสาร

ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ขนส่งผู้โดยสารหลายคน (High-occupancy) บริษัทจะนำรถยนต์ Tesla Model 3 มาปรับแต่งส่วนโครงรถที่มีห้องผู้โดยสารที่รองรับได้ 16 คน และทั้งหมดจะแล้วเสร็จทันเปิดงาน CES 2021 ในเดือนมกราคม

Yamaha เดินหน้าผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า 270 แรงม้า สำหรับยานยนต์แบรนด์ต่างๆ

Yamaha เดินหน้าผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า 270 แรงม้า สำหรับยานยนต์แบรนด์ต่างๆ

Yamaha แบรนด์ผู้สร้างมอเตอร์ไซค์ แล้วก็ชิ้นส่วนยานยนต์แก่แบรนด์ต่างๆ ได้เดินหน้าผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์และก็มอเตอร์ไซค์สำหรับการส่งมอบแก่ออเดอร์จากแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลก โดยมอเตอร์ไฟฟ้าดังกล่าวนี สามารถรีดสมรรถนะมากถึง 200 กิโลวัตต์ หรือ 270 แรงม้าเลยทีเดียว

ซึ่งทางบริษัทฯ ได้นำการเสนอเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กถาวร แล้วก็มีขนาดที่กระทัดรัด เพื่อรองรับการใช้งานตั้งแต่รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เป็นต้น แต่คาดว่าอาจจะรองรับได้มากกว่านี้

ทางบริษัทฯ สามารถปรับการจูนแรงบิดให้รองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมของประเภทรถ รวมไปถึงอาจจะรองรับการปรับกำลังเครื่องยนต์ผ่านแอปพลิเคชั่นร่วมด้วย

ประกอบกับทางบริษัทฯ ได้เปิดเผยคลิปโปรโมทเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้า โดยทำการติดตั้งให้กับ Alfa Romeo 4C พร้อมกับการนำไปทดสอบบนไดโนเทส และก็ในสนามแข่ง ผลที่ได้กลับมานั้นสามารถให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยมมาก และให้เสียงที่เบากว่าเครื่องยนต์เชื้อเพลิง

Yamaha มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ที่มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานที่สูงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในยานพาหนะแต่ละชนิดได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ส่วนราคาเครื่องยนต์ดังกล่าวยังไม่เปิดเผยในเวลานี้

Toyota Yaris 2020 ส่องสเปคยุโรป ขุมพลังไฮบริดใหม่พร้อมถุงลมกลางรถรุ่นแรก

Toyota Yaris 2020 ส่องสเปคยุโรป ขุมพลังไฮบริดใหม่พร้อมถุงลมกลางรถรุ่นแรก

Toyota ยุโรป จัดเตรียมวางขาย All-New Toyota Yaris ในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ หลังภายจากที่ได้เปิดตัวและก็ขายในประเทศญี่ปุ่นก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยจะเดินสายการผลิตในโรงงานโตโยต้าในเมือง Onnaing เมืองฝรั่งเศส  โดยในเวลานี้ได้เผยภาพของยาริสเวอร์ชั่นขุมพลังไฮบริดกันก่อน

Toyota Yaris

การออกแบบตัวถังภายนอกรถยังคงถ่ายทอดบุคลิกจากสเปคญี่ปุ่นที่มอบทั้งบุคลิกไดนามิคและความสปอร์ตโดดเด่น, ระบบส่องสว่างภายนอก เช่น ไฟหน้า-ไฟท้ายจะเป็นไฟ LED รอบคัน สำหรับภาพในแกลลอรี่ที่ปรากฎนี้ได้ประเดิมนำเสนอตัวถังสีแดง-หลังคาสีดำ มาพร้อมกันชนหน้าหลังและขอบชายล่างลวดลายแปลกสะดุดตา

Toyota Yaris ในด้านรายละเอียดขุมพลังไฮบริดสเปคยุโรป โดยจะได้รับเครื่องยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตรใหม่ ผสมผสานเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวและเกียร์ CVT ที่นอกเหนือจากการตอบสนองที่ดีขึ้นมากแล้ว ยังให้สามารถโดยรวมเพิ่มขึ้นอีกเป็น 15% และอัตราบริโภคน้ำมันก็น้อยลงกว่าเดิม 20%

น่าเสียดายที่ตัวเลขสามารถยังไม่ได้รับการเผยในขณะนี้ แต่ว่าจากตัวเลขดังกล่าวคาดว่าอาจจะให้สามารถราวๆ 114 แรงม้า อัตราการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร./ชั่วโมง. อาจจะอยู่ราวๆ 10.3 วินาที ส่วนชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบใหม่ มีน้ำหนักที่เบากว่าแบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ถึง 27 %

สำหรับขุมพลังอื่น ๆ คาดการณ์กันว่าจะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร และสามสูบ 1.5 ลิตร ที่จะเปิดเผยรายละเอียดออกมาคราวหลัง

ด้านออพชั่นนั้นได้เปิดเผยระบบความปลอดภัยใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ถุงลมนิรภัยตรงกลางเบาะคู่หน้าเป็นรุ่นแรกของโลก (ซึ่งจะฝังอยู่ในด้านข้างของเบาะผู้โดยสารด้านหน้า), ระบบควบคุมความเร็วแบบชาญฉลาดกับระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องเลนอัตโนมัติที่อยู่ใน Toyota Corolla ใหม่เป็นออพชั่นมาตรฐาน เป็นต้น

ถึงกับช็อก! Chevrolet จะยุติการผลิตและก็ไม่มีขายในเมืองไทยแล้ว

ถึงกับช็อก! Chevrolet จะยุติการผลิตและก็ไม่มีขายในเมืองไทยแล้ว

สดๆร้อนๆเมื่อช่วงเช้านี้ที่ผ่านมา (17 ก.พ. 2563) เมื่อ General Motors หรือ GM ประกาศยุติการขายรถยนต์ Chevrolet (เชฟโรเลต) ในประเทศไทยภายในสิ้นปี 2563 ทว่ายืนยันยังคงดูแลลูกค้าและก็มีบริการหลังการจำหน่ายต่อ

เรื่องราวที่สุดช็อกนี้ได้เริ่มต้นจากการที่ General Motors ขายศูนย์การผลิตรถยนต์และก็เครื่องยนต์ของ GM ของเมืองไทยใน จ.ระยอง ให้แก่ Great Wall Motors นั่นเอง ซึ่งหากไม่มีฐานการผลิตในเมืองไทย การที่ Chevrolet จะแข่งขันในตลาดรถยนต์บ้านเราก็คงเป็นไปไม่ได้

นอกเหนือจากนี้ยังมีการเผยอีกว่า มีอัตราการใช้กำลังการผลิตของศูนย์การผลิตใน จ.ระยอง ได้อย่างไม่ค่อยเต็มที่ อีกทั้งความต้องการสินค้าในตลาดเมืองไทยและตลาดการส่งออกนั้นมีจำนวนที่ค่อนข้างน้อยมาก รวมไปจนถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยอีกด้วย

ทั้งนี้ GM ยืนยันว่า การยุติการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ Chevrolet ในประเทศไทยเป็นไปตามกลยุทธ์และแผนทางธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือสะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถของทีมงาน รวมถึงผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่อย่างใด โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการช่วยเหลือ รวมถึงแพ็คเกจเงินชดเชยในจำนวนที่มากกว่ากฎหมาแรงงานไทยกำหนด

สำหรับการซื้อขายและส่งมอบศูนย์การผลิตที่จังหวัดระยองระหว่าง GM และ Great Wall Motors คาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี 2563

Hongqi H9 รถระดับไฮเอนด์เมืองจีน มีศักดิ์เทียบเท่า Mercedes E-Class

Hongqi H9 รถระดับไฮเอนด์เมืองจีน มีศักดิ์เทียบเท่า Mercedes E-Class

หรูแบบไม่เขินรถยนต์ยุโรป สำหรับ Hongqi H9 ที่ FAW Hongqi ผู้สร้างรถยนต์โดยสารที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดในประเทศจีนได้เปิดเผยมาเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเข้ามาเป็นคู่แข่งกับรถยนต์ยุโรปอย่าง Mercedes E-Class, Audi A6 และ BMW 5-Series

ถ้าเกิดนำเอามาเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่ระดับพรีเมียมขนาดกลาง อย่าง E-Class L นั้น Hongqi H9 นั้นมีขนาดใหญ่กว่าแน่นอน ซึ่งมีความยาว 5.2 เมตร พร้อมฐานล้อยาวกว่า 3 เมตร สำหรับพื้นที่ leg room ด้านหลัง

การดีไซน์สุดหรูหรานั้น มาพร้อมกับกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ รอบด้วยแถบไฟ LED สุดหรูหรา ไฟหน้าเป็นไฟ Matrix LED เสริมความโดดเด่นด้วยโลโก้ของ Hongqi ที่ออกแบบใหม่ ชุดล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วที่เติมเต็มให้ซีดานคันนี้หรูหรายิ่งขึ้น

สำหรับคุณภาพการขับเคลื่อน Hongqi H9 มาพร้อมเครื่องยนต์ เบนซินสี่สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 252 แรงม้า และแรงบิด 380 นิวตันเมตร (280.3 ปอนด์ฟุต) หรือซูเปอร์ชาร์จ 3.0 ลิตร V6 ขนาด 272 แรงม้าและ 400 นิวตันเมตร (295 ปอนด์ฟุต) เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนล้อหลัง

Honda Mugen เปิดเผยโฉมชุดแต่ง Dash & Skip สำหรับ All-New Fit

Honda Mugen เปิดเผยโฉมชุดแต่ง Dash & Skip สำหรับ All-New Fit

Mugen สำนักแต่งรถยนต์ชื่อดังในเครือของ Honda Motor Co., Ltd. เปิดเผยโฉมชุดแต่งที่ใหม่ล่าสุดสำหรับ All-New Honda Fit หรือ Honda Jazz เจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่มีให้เลือกด้วยกัน 2 สไตล์ ได้แก่ Dash

ที่ถ่ายทอดความสปอร์ตเข้าแบบเร้าใจ กับ Skip ที่มอบความสปอร์ตสนุกสนาน เติมเต็มไลฟ์สไตล์ LIFE IS SPORTS ได้อย่างดีเยี่ยม มีให้เลือกจำหน่ายตั้งแต่ชุดแพ็คเกจ และก็ชุดแต่งปลีกให้แฟนๆได้เลือกสรร

โดยชุดแต่ง Mugen ที่สดใหม่ นั้นจะมีทั้งชุดแอโร่พาร์ทรอบคัน, สปอยเลอร์ท้าย, ชุดท่อไอเสีย เป็นต้น แต่ดีเทลจะมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังเช่น Honda Fit Mugen “Dash”

จะมาพร้อมกับกันชนหน้าออกแบบใหม่พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED, ชิ้นส่วนลายคาร์บอนไฟเบอร์, มีแผงดิฟฟิวเซอร์, ครอบกระจกมองข้างพร้อมครีบรีดอากาศ, ชุดท่อไอเสีย 1 ท่อ

ส่วน Honda Fit Mugen “Skip” จะมีความเรียบง่ายได้อย่างชัดเจน แต่ว่าสามารถเลือกได้ทั้งชุดแต่งสีเขียวมะนาว สำหรับรุ่น Ness หรือชุดแต่งสีดำเงา+สีเดียวกับตัวถังในรุ่นอื่น ๆ แต่ที่จะพิเศษหน่อยตรงที่ในชุดแต่งชุดนี้จะได้รับชุดท่อไอเสียแบบ 2 ท่อ กับลิ้นสปอยเลอร์หน้าที่ดีไซน์ให้เข้ากับกันชนหน้าเดิม

นอกเหนือจากนี้ชุดแต่งทั้ง 2 แบบ ยังมาพร้อมกับออพชั่นที่มาตรฐานให้ได้ติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็น กันสาดหน้าต่าง, พรมปูพื้น, กระจกมองข้าง Hydrophilic LED, ฟิล์มกันรอยเบ้ามือจับเปิดประตู, ปุ่ม Push Start “Mugen” ที่มีให้เลือก 2 แบบ, ล้ออัลลอย MDE 17 นิ้ว, โลโก้ Mugen ชุบโครเมียม, สติ๊กเกอร์ดีคอลเพิ่มบุคลิกให้สปอร์ตยิ่งขึ้น

Honda Jazz 2020 เจาะลึกสเปคขุมพลังไฮบริดในตลาดยุโรป

Honda Jazz 2020 เจาะลึกสเปคขุมพลังไฮบริดในตลาดยุโรป

ก่อนหน้านั้นทาง Honda ยุโรป ได้เปิดเผยข้อมูล All-New Honda Jazz ให้แฟนๆที่รอคอย ได้นับถอยหลังเพื่อเป็นเจ้าของ ในเวลานี้ได้มีการเปิดเผยข้อมูลขุมพลังไฮบริด ที่จะเป็นขุมพลังที่สำคัญสำหรับวางจำหน่ายในตลาดยุโรป พร้อมอัปเดทข้อมูลอื่นๆนอกเหนือจากนนี้ ร่วมด้วย

ระบบไฮบริดใน Honda Jazz e:HEV ประกอบด้วยมอเตอร์กระแสไฟฟ้าที่ขนาดกะทัดรัดและก็ทรงพลังจำนวนสองตัว ที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อรองรับการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC รวมทั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

แม้ว่าจะยังไม่เผยความสามารถของระบบขับเคลื่อนทั้งคู่อย่าง แต่ว่าหากผสานการทำงานร่วมกันจะให้สมรรถนะมากถึง 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร./ชั่วโมง. ภายใน 9.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 174 กิโลเมตร./ชั่วโมง.

ด้านอัตราสิ้นเปลืองของ Honda Jazz e:HEV จะอยู่ที่ 4.5 ลิตร/100 กิโลเมตร. กับอัตราการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดที่ 102 กรัม/กิโลเมตร. ส่วนเกรด Crosstar จะบริโภคน้ำมันที่ 4.8 ลิตร/100 กิโลเมตร. และก็อัตราการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 110 กรัม/กิโลเมตร. ทั้งหมดได้คำนวณตามมาตรฐาน WLTP

สำหรับโหมดขับขี่จะยังคงมีด้วยกัน 3 โหมด เช่น EV Drive ที่จะต้องใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและก็แบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว, Engine Drive จะใช้กำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร รวมทั้ง Hybrid Drive จะใช้กำลังขับเคลื่อนจากสองระบบรวมกันและส่งกำลังขับเคลื่อนผ่านทางคลัทช์ล็อก

ยิ่งกว่านั้นตัวรถยนต์ตัวนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีปั่นไฟฟ้าในเครื่องยนต์ และระบบกักเก็บพลังงานจลน์ในระบบเบรก ที่ถูกปรับปรุงให้มีคุณภาพการกักเก็บพลังงานที่มากขึ้น และเบรกรถยนต์ได้นุ่มนวลกว่าเดิม

สำหรับกำหนดการเปิดตัว Honda Jazz ใหม่ และก็ Honda Jazz e:HEV อย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในช่วงหน้าร้อนปีนี้ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าที่มีบทบาทสำคัญในความมุ่งมั่นของ Honda ที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปภายในปี 2022 เป็นต้นไป

Honda Jazz